คติพจน                   สาธุ  โข สิปปกฺ  นาม  ขึ้นชื่อว่าการศึกษานั้นประเสริฐแท

ปรัชญา                   การศึกษาพัฒนาความคิดเพื่อชีวิตและสังคม

คำขวัญ                    รักษ์ศักดิ์ศรี      มีคุณธรรม    นำวิชาการ สืบสานงานโครงการพระราชดำริ

ที่ตั้ง                       เลขที่ 84 หมู่ 6 ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 71180                                      

ขนาดโรงเรียน         เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และ ระดับอาชีวศึกษา(ปวช.)

แบบสหศึกษา           3-3-2/2-2-2                                                                                                                   

 อักษรย่อชื่อโรงเรียน      ร.ก.  

สีประจำโรงเรียน      ฟ้า - ทอง                                                                                                                        

สัญลักษณ์โรงเรียน      ตราพระมหาพิชัยมงกุฎครอบเสมาธรรมจักร

 ประวัติโรงเรียน           
              
โรงเรียนร่มเกล้า กาญจนบุรี เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามพระบรมราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใย และเล็งเห็นความสำคัญของ การจัดการศึกษาของเด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกลโดยเฉพาะ
               เนื่องจากพระองค์ได้ทรงประสบปัญหานี้อยู่เนืองนิจ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงโปรดมอบหมายให้ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผช.ผบ.ทบ.รรก.มทภ 1 (ยศในขณะนั้น) ดำเนินการ และได้ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อดำเนินการจัดสร้าง    ในการจัดสร้างได้รับเงินบริจาคจากบริษัทสุราทิพย์ศรีมหาบูรพา จำกัด เป็นเงิน 1,500,000 บาท ร่วมกับเงินบริจาคจังหวัดกาญจนบุรีอีก 1,360,000 บาท สร้างบน เนื้อที่42 ไร่
โดยมีผู้บริจาค 3 ราย คือ นายอับ ร่มโพธิ์รี นายประยูร แซมสีม่วง และ นายจรูญ พากเพียร โดยมอบให้ ผบ.พตท.11 เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เริ่มรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2526 โดยเป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนทองผา- ภูมิวิทยา ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2527 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้ง “โรงเรียนร่มเกล้า กาญจนบุรี” สังกัดกรมสามัญศึกษา รับนักเรียนแบบสหศึกษา

สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียนและผู้ปกครอง

          สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของนักเรียนและผู้ปกครองที่นี้จะเป็นสังคมเกษตรกรรม ประกอบอาชีพทำไร่ เช่น  ไร่มันสำปะหลัง  ไร่ข้าวโพด  ทำสวน เช่น สวนยาง  สวนปาล์ม  และสวนผลไม้  จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำให้บางครั้งรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายเพราะลงทุนสูงและผลผลิตต่ำทำให้เป็นหนี้เป็นสินและบางครอบครัว พ่อ แม่ต้องออกไปทำงานโรงงาน ตามแหล่งโรงเรียนต่างๆ ทิ้งลูกให้พ่อแม่เลี้ยงดู บางครั้งก็ ญาติและบางครั้งก็ให้ลูกๆอยู่ดูแลกันเอง ทำให้นักเรียนขาดความรักความอบอุ่นหันหน้าไปพึ่งยาเสพติดและตามเพื่อนบ้างเป็นบางครั้ง  ทำให้นักเรียนมีปัญหาเรื่องการเรียนจนบางครั้งต้องออกจากโรงเรียนไม่เรียนต่อหรือไม่ก็ต่อ กศน.  แต่โดยภาพร่วมส่วนใหญ่สังคมจะเป็นสังคมชนบท พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันปลูกผัก ไว้กินเองบางส่วนก็ขายบ้าง เพราะสภาพแวดล้อมและภูมิประเทศเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นส่วนใหญ่

 แหล่งเรียนรู้

                1. ห้องสมุด

                2. ห้อง Internet  สำหรับนักเรียนค้นคว้าหาความรู้นอกห้องเรียน

                3. แปลงเกษตร เป็นแปลงเกษตรที่จัดทำขึ้นตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

                4. แหล่งเรียนรู้คู่โต๊ะเรียน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนร่มเกล้า กาญจนบุรี ร่วมกันทำ โดยคัดเลือกเรื่องที่น่าสนใจแล้วนำมาตกแต่งบนโต๊ะสำหรับให้นักเรียนที่นั่งได้เรียนรู้นอกเหนือจากตำรา

คุณภาพนักเรียน

                จากการวัดผลประเมินผล  ปรากฏผลการเรียนของนักเรียนในระดับชั้น ต่างๆ ที่ได้เกรดตั้ง แต่ 3 - 4  ของทุกรายวิชา อยู่ที่ร้อยละดังนี้

                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1      ร้อยละ  19.0

                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2      ร้อยละ   24.1

                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3      ร้อยละ   21.8

                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4      ร้อยละ   20.3

                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5      ร้อยละ   33.2

                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6      ร้อยละ   31.7

กระบวนการจัดการเรียนการสอน

                โรงเรียนร่มเกล้า กาญจนบุรี ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544  เป็นหลักสูตรแกนกลางจัดทำโดยคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรของโรงเรียน เป็นหลักสูตรที่ครอบคลุมมาตรฐานการศึกษาทุกด้าน มีความยืดหยุ่น และสามารถพัฒนาการทุกๆ ด้านและสามารถพัฒนาให้มีความรู้ คู่คุณธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ส่งเสริมพัฒนาการทุกๆด้านให้เต็มตามศักยภาพ จากการศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียน และบริบทต่างๆ พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีระดับสติปัญญาปานกลาง เป็นส่วนใหญ่โรงเรียนจึงแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม 4 กลุ่ม ใหญ่เพื่อส่งเสริมให้ตรงตามความถนัด ความสนใจและศักยภาพ รวมถึงพรสวรรค์ ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่ง เน้นวิชาสามัญ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์  กลุ่มที่สอง เน้นวิชาชีพ โดยสายสามัญ ม.4 เน้นเรียนสาระเพิ่มเติมด้านวิชาชีพทั่วไป เช่น งานไฟฟ้า ช่างโลหะ เกษตรกรรม คหกรรม สาย ปวช. เปิดสอน สาขา การบัญชี สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทุกกลุ่มสาระการเรียนจะเน้นการปฏิบัติจริงยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการอสนของเขตพื้นที่การศึกษา กาญจนบุรีเขต 3 ที่ให้นักเรียนเลือกเรียนตามอาชีพที่อยากจะเป็นเมื่อเรียนจบหลักสูตรและระดับการศึกษา

การบริหารจัดการ   มีโครงสร้างการบริการงานเรียงตามลำดับดังต่อไปนี้

                1.ผู้อำนวยการ

                2.รองผู้อำนวยการ

                3. กลุ่มบริหารงานวิชาการ

­– คณะกรรมการกลุ่ม – งานพัฒนาหลักสูตร– งานทะเบียนนักเรียน – งานวัดผลและประเมินผล – งานวิจัยและพัฒนา – งานโสตทัศนศึกษา – งานห้องสมุดและพัฒนาแหล่งเรียนรู้

– งานแนะแนว – งานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน – งานนิเทศการศึกษา – งานรับนักเรียน 

– งานสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยี

                4. งานบริหารงานงบประมาณ

- คณะกรรมการกลุ่ม – งานนโยบายและแผน – งานบริหารงานการเงินและบัญชี
- งานบริหารพัสดุและสินทรัพย์
– งานจัดระบบควบคุมภายใน – งานสนับสนุนการศึกษา

                5. กลุ่มบริหารงานบุคคล

- คณะกรรมการกลุ่ม – งานอัตราและพัฒนาบุคลากร – งานวินัยข้าราชการครู – งานกิจการนักเรียน – งานสวัสดิการครูและบุคลากร

                6. กลุ่มบริหารงานทั่วไป

                                - คณะกรรมการกลุ่ม – งานธุรการ สารบรรณ – งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษา

- งานเทคโนโลยีสารสนเทศ – งานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม – งานประชาสัมพันธ์ – งานชุมชนสัมพันธ์ – งานโภชนาการ – งานอนามัยโรงเรียน – งานสหกรณ์ – งานประกันคุณภาพการศึกษา - งานยานพาหนะ

 

ผลการดำเนินงานพัฒนาโรงเรียนตามพระประสงค์

1.             โครงการบ้านพักเพื่อนักเรียนบ้านไกล

2.             โครงการสหกรณ์พอเพียง (เริ่มดำเนินการปีการศึกษา 2550)

3.             โครงการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (เริ่มดำเนินการ ปี 2550)

              ผลสำเร็จที่เป็นจุดเด่นและจุดด้อยที่ควรพัฒนา

จุดเด่น

1.             ผู้เรียนมีความสามารถเป็นเลิศในด้าน กระบี่ กระบอง และศิลปะป้องกันตัว และเป็นผู้ที่มีคุณธรรม  จริยธรรมที่ดี

2.             เป็นโรงเรียน 1 อำเภอ  1 โรงเรียนในฝัน ของรัฐ และได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (Top Star)

3.             เป็นศูนย์พัฒนาการเรียนรู้  (ERIC)  ของ สพท. กจ. เขต 3

4.             จัดทำแหล่งเรียนรู้คู่โต๊ะเรียน เพื่อขจัดปัญหาขีดเขียนข้อความบนโต๊ะเรียนอย่างได้ผล

จุดที่ควรพัฒนา

                ไม่มีมาตรฐานใดต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ควรพัฒนาด้านผู้เรียนให้มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรเพิ่มเติม

  แนวทางในการพัฒนาโรงเรียน

       สร้างความเสมอภาคและโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีคุณภาพ

     พัฒนากระบวนการให้บริการทางการศึกษาโดยบูรณาการหลักสูตร สื่อ แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายโดยเน้นความรู้คู่คุณธรรม

    ยกระดับคุณภาพสถานศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาผู้เรียน สมรรถนะครูและบุคลากรอย่างเป็นระบบเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหลักสูตรการศึกษา    ขั้นพื้นฐานและหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ และการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้     ของหลักสูตรการศึกษาอย่างเต็มตามศักยภาพ

   ส่งเสริมและพัฒนาครู นวัตกรรมและเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการศึกษา

 พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาทั้งระบบโดยมุ่งเน้นสัมฤทธิผลที่เกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยการสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหาร และการจัดการศึกษาบนหลักธรรมภิบาล

เร่งพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิตนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาและชุมชน ตามแนวทางพระราชดำริ

ปัญหา  อุปสรรค์ในการดำเนินงานและการต้องการความช่วยเหลือ

 ปัญหาอุปสรรค   ในการดำเนินงานและความต้องการความช่วยเหลือ

                1. โรงเรียนขาดบุคลากรครู ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน

                2. โรงเรียนอยู่ห่างไกลแหล่งเรียนรู้ทางด้านเทคโนโลยีและสื่อต่างๆ อีกทั้งทางโรงเรียนยังมีเทคโนโลยีที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้นักเรียนค้นคว้าหรือศึกษาด้วยตนเองได้น้อย  

                3. ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีความรู้ทางด้านวิชาการน้อยจึงทำให้แนะนำการศึกษาแก่บุตรหลาน ของตนได้น้อย และส่งผลให้นักเรียนขาดจุดมุ่งหมายในชีวิต และบางครอบครัวเด็กจะอาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่เช่น ปู่ ยา ตา หรือยาย  โดยพ่อแม่จะเข้าไปทำงานรับจ้างอยู่ในตัวเมืองใหญ่ ทำให้เด็กขาดความรัก ความอบอุ่น และเกิดปัญหาช่องว่างระหว่างวัย  ทำให้เด็กไม่ตั้งใจเรียน ติดเพื่อน

                4. โรงเรียนตั้งอยู่บริเวณชนบทติดกับชายแดนต่างประเทศ มีชนเผ่าหลาย เผ่า ทำให้มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร การใช้ภาษา พื้นฐานการศึกษาไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้มีปัญหาในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้ได้ตรงตามมาตรฐานตามที่หน่วยงานต้นสังกัดต้องการ

                5. การเดินทางมาโรงเรียนค่อนข้างยากลำบาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา บ้านนักเรียนอยู่ห่างไกล ถนนและโรงเรียนมาก

                6. ห้องสมุดมีหนังสือในการค้นคว้าและอ้างอิงไม่เพียงพอ

การต้องการความช่วยเหลือ 

1.             อยากให้ต้นสังกัดเข้าใจและเห็นใจในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ 

2.             จัดสรรบุคลากรให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน

3.             จัดสรรงบประมาณที่สำคัญและจำเป็นต่างๆให้มากกว่านี้โดยเฉพาะกับนักเรียนที่ด้อยโอกาสและยากจน

4.             หน่วยงานที่เป็นต้นสังกัดควรเข้ามาดูสภาพที่แท้จริงว่าโรงเรียนเป็นอย่างไร มีปัญหาอย่างไรควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ให้โรงเรียนแบกรับอยู่ฝ่ายเดียว

5.             หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดูแลช่วยเหลือในเรื่องสภาพความเป็นอยู่ของชุมชนให้มากกว่านี้